เรื่องเล่า ไม่มีชื่อ

 

บทที่ 1 นาโอะ ธุลีสีเทา

 

 

ผมเริ่มเขียนบันทึกนี้ในรุ่งสางแรก หลังจากนาโอะหายตัวไป 

 

คุณเคยพบเขาบ้างไหม ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่น อายุ ยี่สิบเก้า สูงโปร่งและออกจะผอมเกร็งไปบ้าง ผมสีดำยุ่งๆยาวถึงคอ และเขายินดีจะปล่อยให้มันยุ่งตลอดเวลา ชายหนุ่มที่ดวงตาเอาแต่มองไปโพ้นไกล เวลาสนทนาคุณจะรู้สึกเหมือนพูดคนเดียวเพราะเขาเหม่อมองไปในห้วงอวกาศมากกว่าจ้องมองคุณ บ่ายวันนั้น นาโอะสวมเสื้อ ยืดสีเทา พิมพ์ลาย FU*K COUP กับกางเกงยีน เขาดูเหมือนขี้เถ้าจางๆที่พอลมพัดก็หายตัวไป เราเดินเล่นไปด้วยกันบนถนนสายตึกเก่า ผมแวะดู การ์ดแต่งงานที่หน้าตู้โชว์ของโรงพิมพ์ชั่วครู่ ด้วยนึกเห็นเป็นขันในการ์ดสีแดงชิ้นหนึ่งที่เป็นรูปเด็กจูบกัน ชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาว สลักเสลาสีทองบอกวันเวลาสถานที่ สวยงามสมเป็นตัวอย่างการ์ดสำหรับจัดพิมพ์ในงานแต่งงานบนโรงแรมหรู นาโอะเดินไปก่อนผม เขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนถลาง จากนั้นสูญหายไปชั่วนิรันดร์

 

นาโอะเกิดและเติบโตในเมืองนารา - มีแต่ตรอกซอกซอยเล็กๆเงียบๆ - เขาบรรยายเกี่ยวกับเมืองของเขาไว้ ผมไม่เคยไปเมืองนารามาก่อน -กล่าวอย่างง่าย มันก็เหมือนที่นี่ สงบกว่า ตึกสวยงามน้อยกว่า และเย็นกว่า - นาโอะบอกไว้เขามาที่นี่ได้สองสามเดือน ถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยว ผมพบนาโอะครั้งแรก ในยามเช้า ระหว่างใบหน้าขนาดมหึมาสองหน้า ของพระชัยวรมันที่เจ็ดอันยิ้มเยือกเย็น นาโอะปรากฏอยู่ในช่องส่องของกล้อง ตอนที่ผมยกขึ้นจรดสายตา ปรากฏวูบเหมือนผุดบังเกิดขึ้นตรงนั้น ขณะนั้น สูง และเผือดซีด อยู่กลางแสงแดด เช้าเหม่อมองใบหน้าสี่ทิศบนยอดปราสาทที่เลยพ้นหัวเราขึ้นไป แสงแดดเช้าทำให้ตัวอุ่น เบื้องหลังปราสาทบายนจับจ้องมองเราทั้งคู่ ส่งยิ้มเยือกเย็น

 

นาโอะบินตรงจากโตเกียวมา กรุงเทพ จากนั้นขึ้นรถตู้จากถนนข้าวสาร ล่องไปตามเส้นทางยอดนิยม จากเวียงจันทน์ไปยังวังเวียง หลวงพระบาง ย้อนกลับลงมาแล้วข้ามไป เสียมเรียบ เราพบกันที่นั่น พบกันผ่านเลนส์กล้องเก่าๆ และในที่สุดกลายเป็นเพื่อนกัน

 

หลังกลับจากเสียมเรียบ สามสัปดาห์ นาโอะ ก็มายืนอยู่หน้าร้าน สงบเงียบ ซีดเผือด เก้ๆกังๆ ไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา ขณะนั้นผมอยู่ที่เคาน์เตอร์ มองสวนแสงแดดเห็นเพียงเงาผอมโซที่คุ้นตา นาโอะมาเยี่ยมผมจริงๆด้วย เพื่อนระหว่างการเดินทางมีไม่มากนักที่จะรักษาความสัมพันธ์ แต่นาโอะทำ กระดาษจดที่อยู่ของผมยับยู่ยี่ในซอกกระเป๋าเงินใยกัญชาลายเขียวเหลืองแดง ของเขา เราได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง ในท้ายที่สุด

 

ผมจูบเขาครั้งแรกในแสงแดดบ่าย วันอาทิตย์ที่เมืองทั้งเมืองหลับใหล จมอยู่ในความเกียจคร้านประสาสุดสัปดาห์ ไม่มีใครเข้าร้านตั้งแต่เช้า จะว่าไปแล้วแทบไม่มีใครออกไปไหนมาไหนถนนหน้าร้านโล่งเงียบ ผมเปิดเพลง ของ NICK DRAKE แผ่วเสียงคนหนุ่มแสนเศร้า ที่ตายไปก่อนวัยอันควร เขาเหมือนกับนาโอะ ผมหมายถึง NICKผอมซีด ผมยุ่งดวงตาหมกมุ่นครุ่นคิดนาโอะหลับ นอนเหยียดยาวบนโซฟา เบาะหนังสีขาวสลับดำ ที่จริงเป็นเขาที่สอนให้ผมรู้จัก NICK DRAKE และดนตรีเศร้าสร้อยนั้น

 

ผมเดินไปนั่งข้างๆ เขาหยิบหนังสือที่เปิดค้างไว้ออกอ่าน โฮลเด้น คลอฟิลด์ สบถเรื่องความยากแค้นของเยาว์วัยตอนที่เขาลืมตาขึ้นจ้องมองผม แสงแดดยามบ่าย ห่อหุ้มเมืองภูเก็ตไว้ในความร้อนที่ระเหยกระทั่งน้ำตาค้างแก้มของคนทุกข์ ลวดลายสลักเสลา ของปูนปั้น แผ่กระอายอุ่น สายไฟพาดยาว ส่งเสียงเอียดออด ราวกับคือสำเนียงหลงเหลือของการเดินทางยาวนานเพื่อรับใช้ นกพิราบผัวเมียหลบมุมตึกผงกหัวซ้ายทีขวาที นาโอะจ้องมองผม เราเหมือนสัตว์โลกสองตัวที่ถูกดึงดูดเข้าหากัน เขาลุกขึ้นนั่ง และค้อมตัวมา เราจูบกัน ริมฝีปากอุ่นมีคราบกาแฟ ขมปนหวานจนผมรู้สึกได้

 

สามวันหลังจากนั้น นาโอะหายตัวไป เราไม่เคยเกินเลยมากกว่าจูบเพียงครั้งเดียว ผมไม่ได้เป็นรักร่วมเพศ และไม่เคยรู้สึกกับนาโอะเยี่ยงคนรัก ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกของเราจบลงในเวลาอันสั้น นาโอะเดินลับหัวมุมมถนน สาบสูญไป ผมคิดว่าเขาไปเดินเล่น รอจนข้ามคืน เขาก็ไม่กลับมา ทิ้งไว้เพียงสัมภาระในเป้ NORTH FACE สีน้ำเงินที่เป็นของปลอม ผมเปิดร้านจนรุ่งสาง ตื่นในตอนเช้า รู้สึกว่างโหวงในหัวอก ราวกับมีใครควักหัวใจออกไป ราวกับว่ามีอีกตัวตนของผม อยู่ที่ไหนสักแห่ง กำลังเจ็บปวด สูญเสีย

หรือบางทีอาจเป็นผมเอง

 

ผมรื้อดูสัมภาระของเขา ไม่มีพาสปอร์ต ไม่มี ร่องรอยใดๆในการระบุว่าเขาเคยมาที่นี่ นอกจากเสื้อผ้าในกระเป๋า และหนังสือ A WILD SHEEP CHASEของ มุราคามิ ฉบับภาษาญี่ปุ่น มีเพียงลายมือขยุกขยิกที่ผมอ่านไม่ออก เขียนอยู่บนปกหนังสือ นั่นคือร่องรอยเดียวของเขา

ผมจบบันทึกลงตรงนั้น ผ่านไปหกเดือน ไม่มีใครพบนาโอะ ไม่มีใครติดต่อมา แม้ผมจะแจ้งไปยังสถานทูตญี่ปุ่น ไม่มีใครในนารารู้จักนาโอะ เขามาและจากไปเหมือนเถ้าธุลีสีเทา ลอยคว้างในสายลม พอหมดหนทาง ผมก็ใช้ชีวิตต่อไป ลืมเลือนเขาช้าๆ จำได้เพียงจูบรสกาแฟ จนวันที่แมวตัวนั้น มาหลับอยู่ในลัง ที่มีสมุดบันทึกเล่มนี้อยู่

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งดีนะ ^^ เราชอบ !!double wink

#1 By Patricia (180.180.13.117) on 2010-10-10 02:40