บทที่ 1 นาโอะ ธุลีสีเทา

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-1

บทที่ 2  ชูมาน  เหมือนอากาศ

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-2

บทที่3 เจ้าสาวสายหมอก : ถอดความจากภาษาญี่ปุ่น โดย แสนไกล

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-3

บทที่ 4 แสนไกล : เกาะที่ไม่มีใครรู้จัก

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-4

บทที่ 5 : เพลงนางเงือก

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-5

บทที่ 6 :  พระจันทร์สีชมพู

http://lonelybone.exteen.com/20080104/entry-6

 

 

บทที่ 7 : ความมืด

 

โดดเดี่ยวในห้องสีขาวหม่นสกปรก หมายเลข 409 ของโรงแรมควีน  ออกจากลิฟท์ตวเล็กที่ครือคราดตลอดเวลาแล้วเลี้ยวขวา ห้องนั้นอยู่ติดกับลิฟท์ ผมนอนบนเตียงคู่ขนาดใหญ่ยักษ์ จ้องมองเพดานฟังเสียงครืดคราดขึ้นลงของลิฟท์ บรรยากาศแปลกแยกและไม่เป็นมิด  พยายามอย่างยิ่งที่จะขาวสะอาด แต่ความขุ่นหมองก็ปรากฏร่องรอยตรงนั้นตรงนี้ โรงแรมควีนเก่าแก่ อยู่ติดกับบ้านเก่าของท่านนายทหารคนสำคัญ บ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงที่คงลักษณะเดิมไว้ครบถ้วน  ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ ช่วยไม่ได้ที่ผมจะรู้สึกว่าโรงแรมควีน เก่าแก่กว่าบ้านหลังนั้นนับร้อยปี มันเก่า และทรุดโทรม เหมือนห้องที่หลุดมาจากพิภพอื่น

 

มีไฟสามดวงในห้อง ดวงหนึ่งในห้องน้ำ ดวงหนึ่งบนเพดาน และดวงหนึ่งบนโต๊ะเรื่องแป้ง ผมเปิดจนหมดทั้งสามดวงกลับยังรู้สึกว่ามืดทึมจนเกินไป ราวกับความมืดดำรงคงอยู่ และความสว่างทำได้เพียงรุกคืบเพื่อล่าถ่อย พ่ายแพ้สูญเสียรี้พลเป็นจำนวนมาก ในสงครามยาวนานที่ความมืดเป็นผู้ชนะ ความมืดไหลซึมลงในผนังห้อง ผ้าปูเตียง เพดาน ที่ล้วนมีสีขาว มันทำให้ทุกอย่างหม่นหมอง  มืด และไม่เป็นมิตร

 

ผมมาถึงเมืองสงขลาในตอนค่ำ นั่งรถสองแถวสีเขียวเข้มต่อจากตัวเมืองหาดใหญ่  มองดูฟ้าที่ค่อยๆมืดลงไปพร้อมกับเหล่าคนแปลกหน้าที่นั่งเบียดชิดกันไปในรถกระบะเพดานต่ำ  ผมแน่ใจถึงแรงดึงดูดอันลึกเร้นที่ทำให้ผมเดินทางมาที่นี่  ราวกับว่าผมเพียงรอคอยสัญญาณบางอย่างจากใครสักคนที่ผมรู้จัก จะบอกกับผมว่าให้มาสงขลา ทันทีทันใด ผมปิดร้านหนังสือแล้วจับรถเที่ยวเช้ามาที่นี่  การต่อพาสปอร์ตใกล้หมดอายุเป็นเพียงธุระปะปังข้อเดียวที่ผมจะหาได้  ไม่ใช่สำหรับตอบคนอื่น เพราะผมไม่ได้ผูกพันรับผิดชอบต่อใครมากมายขนาดนั้น ผมนึกสงสัยด้วยซ้ำว่าผมเคยผูกพันกับใครอย่างลึกซึ้งจริงๆหรือเปล่า หรือผมแค่หาข้ออ้างไว้สำรองสำหรับตัวเองเพื่อตอบต่อคนไม่รู้จักว่า  ผมกำลังทำอะไรอยู่  มันอาจฟังดูเกินเลยและเหมารวม แต่มันน่าตลกมากๆที่เอาเข้าจริงแล้วเราล้วนเย็นชาต่อคนชิดใกล้ และระมัดระวังต่อคนแปลกหน้าเสมอ  กลไกการป้องกันตัวอันพิลึกพิสดารของมนุษย์ ผู้ซึ่งพยายามปลดพันธนาการหนึ่งด้วยการสวมอีกพันธนาการหนึ่ง  อีรุงตุงนังอยู่ในการปลดและผูกอันแสนเศร้า ผมมองดูท้องฟ้าที่กำลังสุกปลั่ง รู้สึกเศร้าสร้อย ไม่มั่นคง แต่ผมก็มาถึงแล้ว และลึกๆผมเองก็พอใจที่ได้พบตัวเองในดินแดนแปลกถิ่น

 

 

ในฤดูนี้ แสงแดดสุกใสอยู่ในยามสนธยา  ฉันมองผ่านประตูกระจกไปที่ถนนหน้าร้าน รู้สึกบางอย่างลึกๆราวกับฉันเดินทางไกลอยู่ที่ไหนสักแห่ง ราวกับว่านสั่นไม่ใช่แสงสีส้มที่ฉันคุ้นเคยมาตลอดหลายปี ความรู้สึกอันลึกลับนั้นเฝ้าคุกคามฉันเงียบเชียบอย่างไม่รู้หน ตั้งแต่ตอนที่ฉันอยู่คนเดียว  ตอนที่ฉันพบนาโอะ หลังจากนาโอะหายตัวไป กระทั่งตอนนี้ สรรพสิ่งผุดบังเกิดอยู่ภายในนอกเหนือการควบคุมของฉัน  ฉันจ้องมองเงาแดดสุดท้ายที่สาดผ่านกระจกร้านเข้ามาตกกระทบผนังสีขาวข้างชั้นวางยา  มองดูจุดสกปรกของผงฝุ่นที่สร้างเงาประหลาดล้ำ รู้สึกทั้งแปลกแยกและเป็นส่วนหนึ่ง 

 

ค่ำคืนแปลกแยกและลึกลับบ้านทั้งหลังจมอยู่ในความมืด ฉันปิดประตูเหล็กของร้านยาตอนสองทุ่มแล้วขับรถกลับบ้าน  นอกจากหมาตัวหนึ่งที่รอคอยคุณมาตลอดบ่ายก็ไม่เหลือใครเลย พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัด ทิ้งคุณไว้ในบ้านมืดๆที่ทำให้ดูเหมือนสถานที่แปลกหน้า   ฉันคลำทางอันคุ้นชิ้นเข้าไปในห้องกลางความมืด แสงไฟ ทรยศและทำร้ายในค่ำคืนแบบนี้ ความสว่างนั้นคุกคามและทำร้าย  ความมืดที่ห่อหุ้มทำให้ฉันสบายตัวกว่าการเปลือยตัวเองต่อหน้าแสงไฟนีออนกระด้างแข็ง  

 

ในความมืดผมเคลิ้มหลับไปพร้อมกับเสียงครืดคราดของลิฟท์ วูบหนึ่งก่อนจะหลับตาลงผมรู้สึกคล้ายนอนอยู่ในบางสถานที่ซึ่งอาจเป็นบ้านของผมเอง

 

ในความมืดฉันเคลิ้มหลับไปพร้อมกับความเงียบ วูบหนึ่งฉันรู้สึกกลัว ราวกับว่าฉันนอนอยู่ในห้องแปลกประหลาดที่ฉันไม่รู้จักและมันพร้อมจะกลืนกินฉันไปได้ทุกเมื่อ

 

ความมืดนั้นเข้มข้นไหลทะลักราวกับจะโอบกอดเราไว้ ห่อหุ้มเราไว้ หรือกลืนกินเราเข้าไป ย่อยสลายเราทั้งคู่ ในท้องของความมืดอันอบอุ่นและชุ่มชื้นเราค่อยๆหลอมเข้าหากัน ราวกับการร่วมรักอันร้อนแรงไม่หยุดหย่อน เราต่างกระหายหิว รักและเกลียดชังกันและกัน เราหวาดกลัวเครื่องเพศอันแตกต่างของกันและกัน เดือยที่ยื่นยาว และช่องที่เว้าลึกของเราทั้งคู่ เป็นเหมือน รอยบาปที่ติดมาพร้อมกับร่างกายเราตั้งแต่กำเนิด เราถูกสั่งให้ภาคภูมิในความมีอยู่ของมัน แต่ลึกๆเรากลับถูกสอนให้ปฏิเสธและหวาดกลัว มันคืออำนาจที่ต้องควบคุม ภายใต้กลเกมการเมืองหลายชั้นซับซ้อนจนยากจะกล่าวออกมาเป็นข้อความได้ สุดท้ายมันจึงถูกตัดทอน ควบคุม บิดเบือน สร้างภาพลักษณ์ ทำให้สกปรก  แบ่งซอยย่อย ปิดบังบางส่วน เรารู้จักมันในนามของเพศ

 

พายุแห่งความมืดสีดำถาโถมมาสู่เราทั้งคู่ ผีเสื้อหนึ่งล้านตัวกระพือปีกอยู่ในอกเรา มันคือการร่วมเพศในนิยามอันบิดเบี้ยวนั้นหรือเปล่า หรือเราต่างฉีกทิ้งเนื้อตัวของกันและกัน กินทั้งยังสดและอุ่น  ดื่มเลือดกันและกันอย่างหิวกระหาย  ถมเต็มช่องว่างภายในท้องน้อยที่ไม่มีวันเต็ม มันคือหลุมดำกฤษณาที่กลืนกินไม่รู้จบและไม่คายสิ่งใดออกมาแม้มูลอันไร้ประโยชน์  

 

เรารู้สึกอึดอัดราวกับจมอยู่ใต้น้ำอันหนืดข้นเหนอะหนะ ราวกับเราคลานกลับเข้าไปอยู่ในท้องใครสักคนผ่านโยนีสำดำอันลึกลับ  ความรู้สึกอันกระอักกระอ่วน ทันถั่งหลั่งไหล มันคือจุดสุดยอดทางกามหรือความตาย ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่เฉียดใกล้พอที่จะอธิบายความรู้สึกอันเป็นสุขและหวาดแสยงนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

 

 

เราตื่นขึ้นในตึกร้าง เหลือร่างเปลือยเปล่าเพียงร่างเดียว ถูกปลุกให้ตื่นด้วยแสงแดดที่ลอดมาทางรอยแตกของไม้ที่ถูกตอกปิดตายประตู เราไม่รู้ว่าเรามาที่นี่ได้อย่างไร หรือเกิดอะไรขึ้น ความทรงจำเกี่ยวกับเราถูกลบลืมจบสิ้น  กระจกบานใหญ่ที่แตกไปครึ่งหนึ่งวางพาดเฉียงๆอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง ที่ที่แสงแดดสาดกระทบจนส่องประกายแวววาว เราเดินเข้าหาแสง และมองดูร่างกายส่วนล่างอันเปลือยเปล่า

 

ไม่มีทั้งส่วนที่ยื่นยาวออกมา และไม่มีส่วนที่เว้าลึกเข้าไป เนื้อหนังตรงหว่างขานั้นเรียบเนียนยึดติดกัน ราวกับไม่เคยมีเครื่องเพศใดๆงอกเงยมาก่อน เราลูบคลำเนื้อเรียบเนียนปรกขนนั้น ค้นพบความว่างเปล่า  เราไม่มีเพศ และไม่ได้มีความหมายอื่นใดอีก เรากลายเป็นสิ่งว่างเปล่า เป็นหลุมดำที่เคลื่อนไหวได้

 

เราเปิดประตูออกมา ส่วนที่ไม้ปิดไว้นั้นถูกยึดอย่างหลวมๆ จนพอจะดึงออกได้โดยใช้แรงมือ  แสงแดดยามเช้าเบื้องนอกทอประกายเรื่อเรือง  เรา -เปลือย และเศร้า- มองดูถนนนครนอกอันว่างเปล่า ในยามเช้า ราวกับผู้คนถูกสูบหายไปหมดเมื่อคืนนี้ เหลือเพียงแสงแดดและบ้านเรือนพ้นยุคสมัย เวลานาทีนี้เราอาจอยู่ในเวลาที่ผ่านไปหนึ่งร้อยปี หรืออาจอยู่ในเวลาแห่งอนาคตข้างหน้าอีกหนึ่งร้อยปี มีแต่ในเมืองเก่าเท่านั้น ที่เวลาไหลทบกันเหมือนวังน้ำวน ที่นั้น เราถูกตัดขาดจาก โลกที่ประกอบด้วย สถานที่และเวลา สถานที่นั้นสึกกร่อนแต่ไม่เปลี่ยนแปลง และห้วงเวลาหมุนวนในอากาศเราเป็นอิสระ  เดินเปลือยลึกเข้าไปในตรอกที่ทอดตัวไปสู่ทะเลสาบ กระทั่งเรือสินค้าที่เรียงรายก็ไร้ผู้คน เรากระโดดลงไปในทะเลสาบกลืนไปในห้วงทะเล ที่เงียบและมืดดำ

 

เลยเที่ยงแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่เชคเอาท์ แม่บ้านตัดสินใจขึ้นลิฟท์ไปชั้นสี่พร้อมกับพนักงานต้อนรับไขกุญแจเข้าไปในห้องสี่ศูนย์เก้าเพื่อจะพบว่า ผ้าปูที่นอนนั้นเรียบตึงราวกับไม่มีใครนอน และไม่มีข้าวของอื่นใดมาก่อนหน้านี้

 

เธอลงไปไขกุญแจเข้าบ้าน  บอกทางให้เขาเอารถจอด แว่วยินเสียงตะกุยฝาประตูอยู่ในบ้าน  เจ้าหมาน้อยว่งออกมาต้อนรับกระดิกหางอย่างลิงโลด ตอนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นจานข้าวของมันว่างเปล่า ราวกับไม่ได้กินข้าวมาทั้งคืน เธอไม่ได้ตั้งใจคิด แต่อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะมีใครสักคนให้อาหารมา ในห้องมืดดำที่เธอไม่ได้เปิดเข้าไป มีเพียงผงฝุ่นที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศเท่านั้นที่กระทบกับแสงแดด

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#1 By sofa on 2008-01-23 17:05